เข้าใจความแตกต่างของสัญญาณเสียง: Mic , Line และ Instrument Level

เข้าใจความแตกต่างของสัญญาณเสียง: Mic Level, Line Level และ Instrument Level

ในโลกของระบบเสียงและการบันทึกเสียง “สัญญาณเสียง” มีหลายประเภท แต่ 3 ประเภทหลักที่มักพบมากที่สุดคือ Mic Level, Line Level และ Instrument Level ซึ่งแต่ละประเภทมีระดับความแรงของสัญญาณแตกต่างกัน และเหมาะกับการใช้งานในบริบทเฉพาะทาง การเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้คุณเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้ถูกต้อง และได้คุณภาพเสียงที่ดีที่สุด

🎤 MIC LEVEL – สัญญาณไมโครโฟน

Mic Level คือสัญญาณเสียงที่มาจากไมโครโฟน โดยธรรมชาติแล้วจะมีแรงดันไฟฟ้าต่ำมากอยู่ที่ประมาณ 0.001 – 0.010 โวลต์ หรือประมาณ 0.5 มิลลิโวลต์ ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ “อ่อน” ที่สุดในทั้งสามประเภท

เนื่องจากความอ่อนของสัญญาณ Mic Level การใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อย่างมิกเซอร์จึงจำเป็นต้องมีวงจรขยายที่เรียกว่า Pre-mic (Preamp) เพื่อเพิ่มความแรงของสัญญาณให้เหมาะสมกับการประมวลผลหรือการมิกซ์เสียง

🎚️LINE LEVEL – สัญญาณมาตรฐานระบบเสียง

Line Level เป็นสัญญาณที่แรงกว่าสัญญาณไมโครโฟน โดยมีแรงดันไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 0 dBV (1 โวลต์) ซึ่งอาจมากกว่าหรือน้อยกว่านี้เล็กน้อยก็ได้

อุปกรณ์ที่ให้สัญญาณแบบ Line Level เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หรือแม้แต่เครื่องเสียงระดับโปรอย่างมิกเซอร์, EQ, ครอสโอเวอร์ ฯลฯ ล้วนให้สัญญาณประเภทนี้

Line Level ไม่จำเป็นต้องผ่านการขยายเสียงเพิ่มเติมเพื่อให้สามารถใช้งานกับมิกเซอร์หรืออุปกรณ์ระบบเสียงได้ แต่หากต้องการเพิ่ม “คาแรคเตอร์เสียง” ก็สามารถเลือกให้ผ่าน Preamp ได้เช่นกัน

โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ:

  • ระดับ Professional (สำหรับงานระบบเสียงมืออาชีพ)
  • ระดับ Consumer (สำหรับผู้ใช้ทั่วไป)

🎸INSTRUMENT LEVEL – สัญญาณจากเครื่องดนตรีไฟฟ้า

Instrument Level คือสัญญาณที่ได้จากเครื่องดนตรีไฟฟ้า เช่น กีตาร์ไฟฟ้า เบส หรือคีย์บอร์ด มีแรงดันไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ -20 dBV (หรือประมาณ 0.1 โวลต์) ซึ่งแรงกว่าสัญญาณไมโครโฟน แต่ยัง “อ่อนกว่า” Line Level

ด้วยเหตุนี้ สัญญาณประเภทนี้จึงไม่เหมาะที่จะเชื่อมต่อเข้ากับมิกเซอร์หรือ Audio Interface โดยตรง เพราะอาจเกิดปัญหาเสียงเบา หรือมี Noise ปะปนเข้ามา จึงมักต้องใช้ DI Box หรือ Preamp ในการเพิ่มความแรงของสัญญาณก่อนใช้งานจริง

การเลือกใช้อุปกรณ์ให้ตรงกับประเภทของสัญญาณเป็นสิ่งที่สำคัญมาก หากใช้งานไม่ตรงประเภท อาจทำให้คุณภาพเสียงลดลง หรือเกิดปัญหาในการบันทึกและขยายเสียงได้ หวังว่าข้อมูลนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจและใช้งานระบบเสียงได้อย่างมั่นใจและแม่นยำยิ่งขึ้น หากมีข้อสงสัยตรงไหนเพิ่มเติม สามารถสอบถาม ProPlugin เพิ่มเติมได้เลยนะค๊าบ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *