ความชื้น

ศัตรูตัวร้ายทำลายหูฟัง

        เชื่อว่านักฟังเพลงหลายคนคงสงสัยว่า ความชื้นมีผลกระทบต่อการฟังเพลงด้วยหรอ? ทั้ง ๆ ที่ดูแล้วไม่ค่อยจะเกี่ยวกันเท่าไร แต่จริง ๆ แล้ว ความชื้นมีผลกระทบต่อหูฟังเอามาก ๆ อย่างที่คุณคาดไม่ถึงเลยทีเดียว!

ทำให้สายหูฟังและฟองน้ำแตกเปื่อย

หลาย ๆ คนเวลาใช้หูฟังมักจะพบว่า ฟองน้ำชอบปริแตก จนหนังมันเปื่อยลอกมาเปื้อนหูเรา รวมไปถึงสายที่มักจะแตกจนทองแดงโผล่ออกมาให้เราได้เห็น บางครั้งก็แย่กว่านั้น เพราะอาจทำให้ทองแดงขาดตามไปด้วย ผลก็คือหูฟังตัวนั้นจะพังทันที ถ้าโชคดีเป็นรุ่นถอดสายก็ยังหาสายใหม่มาเปลี่ยนได้ แต่ถ้าโชคร้ายเป็นรุ่นถอดไม่ได้ ก็ต้องหาช่างที่ชำนาญเพื่อใส่สายให้ใหม่

ซึ่งอาการเหล่านี้ คนมักจะมองกันว่ามันเกิดจากอายุการใช้งานของหูฟัง แต่จริง ๆ แล้วมันเกิดจากความร้อนและความชื้นที่มาพร้อม ๆ กันนั่นเอง นอกจากความชื้นจากเหงื่อของเราแล้ว ยังมีสภาพอากาศภายนอกอีกด้วย โดยเฉพาะบ้านที่มีความชื้นและความร้อนค่อนข้างสูง หูฟังจะเสื่อมสภาพเร็วกว่าห้องที่มีความชื้นต่ำ สังเกตง่าย ๆ ว่า ห้อง Studio ปกติมักจะทำให้สภาพห้องเย็นมาก ๆ จนต้องใส่เสื้่อกันหนาวเข้าไป นั่นก็เพราะป้องกันปัญหาการเสื่อมสภาพนั่นเองครับ

ทำให้เสียงเปลี่ยนจนถึงระดับที่หูฟังอาจจะพังได้

ความชื้นก็ส่งผลกระทบต่อเสียงได้ สาเหตุมาจากการที่ความชื้นไปก่อให้เกิดการออกซิเดชั่นกับ Voicecoil ซึ่งหูฟังถูก ๆ มักจะไม่ได้ใช้ทองแดงล้วน ๆ ในการผลิต ยิ่งหููฟังถูกมาก ๆ ก็ยิ่งใช้วัสดุเกรดต่ำลง จนถึงกับไปใช้อลูมิเนียมรีดเส้นด้วยซ้ำ กระทั่งทองแดงเองเมื่อเจอความชื้นมาก ๆ เข้า ก็จะเกิดสนิมที่เรียกกันว่า “สนิมเขียว” ได้เช่นเดียวกัน

ซึ่งตัวสนิมเขียวนี่เองทำให้เนื้อทองแดงกระด้างขึ้น ความยืดหยุ่นลดลง ถ้าทิ้งหูฟังไว้นาน ๆ แล้วมาเปิดฟังโดยไม่ได้วอร์มก่อน จะทำให้ Voicecoil ไหม้จากการที่มันเบียดกันได้ ซึ่งการที่มันเป็นเช่นนั้น เพราะความยืดหยุ่นแต่ละส่วนของทองแดงไม่เท่ากัน เพราะสนิมเขียวมันเกิดขึ้นไม่เท่ากัน เมื่อเจอส่วนที่แข็งและอ่อนนุ่ม ขยับพร้อมกันมันจึงไม่ไปด้วยกัน ผลที่ได้คือมันจะเบียดกันและไหม้จนเสียหายได้ในที่สุด

ดังนั้นเราต้องควบคุมความชื้นและความร้อนให้ดีที่สุด ในส่วนของความร้อนเราอาจจะควบคุมได้ยาก เพราะอากาศบ้านเราเอาใจไม่ค่อยถูก และจะเปิดแอร์ให้หูฟังก็คงไม่ใช่เรื่อง ดังนั้นเราจึงมาควบคุมความชื้นกันแทน

วิธีง่าย ๆ แค่หาตู้ควบคุมความชื้น ที่บรรดานักเล่นกล้องชอบซื้อหามาใช้นั่นเอง ตู้เหล่านี้จะช่วยรักษาระดับความชื้นที่เหมาะสม ลดการเกิดสนิม แต่ไม่แห้งเกินไปจนหนังแตกเปื่อย ต่างจากการนำเอาไปใส่กล่องดูดความชื้น ซึ่งเราจะควบคุมความชื้นไม่ได้ เพราะมันจะแห้งมากเกินไป ดังนั้นลองหาตู้เก็บความชื้นมาใช้จะดีกว่า ปัจจุบันตัวตู้เองก็ไม่แพงแล้ว ราคาไม่น่าเกิน 2,000 บาท แต่ช่วยรักษาหูฟังระดับหมื่นให้อยู่กับเราไปได้นานแสนนานเลยทีเดียวครับ

ใส่ความเห็น